วัดของเรานี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบกันมาว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็ก ๆ ริมคลอง มีกุฏิไม้อยู่สามหลัง ชาวบ้านพายเรือมาทำบุญกัน
อุโบสถหลังเก่าสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ฝีมือช่างชาวบ้านล้วน ๆ ไม่มีสถาปนิก ไม่มีแบบแปลน อาศัยความศรัทธาเป็นเครื่องนำทาง เสาแต่ละต้นชาวบ้านช่วยกันลากมาจากป่าด้วยเกวียน
ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสามสิบแปด เกิดน้ำท่วมใหญ่ น้ำขึ้นสูงถึงหน้าต่างกุฏิ พระเณรต้องอพยพหนังสือพระธรรมกับพระพุทธรูปขึ้นไปไว้บนศาลาการเปรียญ ญาติโยมพายเรือมาส่งภัตตาหารทุกเช้าไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว
หลังน้ำลด ทั้งชุมชนช่วยกันบูรณะวัดครั้งใหญ่ ใครมีแรงออกแรง ใครมีทรัพย์ออกทรัพย์ ใช้เวลาเกือบสามปีจึงแล้วเสร็จ อาตมาว่านั่นคือบทพิสูจน์ว่าวัดกับบ้านนั้นแยกจากกันไม่ได้
ทุกวันนี้ของเก่าหลายอย่างยังอยู่ ทั้งธรรมาสน์ไม้แกะสลัก ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ อาตมาพยายามรักษาไว้ให้ลูกหลานได้เห็นว่าบรรพบุรุษของเขาสร้างอะไรไว้ด้วยศรัทธาเพียงใด